วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แปลเพลง In Your Words - Rebecca Black

ลัดคิว 55555
เพิ่งบอกไปแหม็บๆว่า ไม่ว่างแปล
เห็นน้องปล่อยเพลงละขออัพหน่อยเถอะ  : D



What you don't know
สิ่งที่คุณไม่รู้
What you can't see
สิ่งที่คุณไม่เห็น
What you don't realize you once had until you see that it's not free
สิ่งที่คุณไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งที่คุณเคยมีจนคุณเห็นว่ามันไม่เป็นอิสระ
And as for us
และเช่นเดียวกับเรื่องของเรา
It's not clear
มันยังค้างคา
The clouds ain't always bad if when they fade it's love that they reveal
บรรยากาศคงไม่แย่ ถ้าเมื่อเราห่างๆกันไป  เราอาจเห็นความรักที่มีให้แก่กันก็ได้นะ
(ประมาณว่า ห่างกันซักพัก เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น)

And I'm moving on
และฉันจะก้าวไปข้างหน้า
Cause you set me free
เพราะเธอปล่อยฉันเป็นอิสระแล้ว
And I'm trying to be as much of myself as if you were here with me
และฉันกำลังพยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากเท่าที่เป็นเหมือนตอนเธออยู่กับฉัน
And I'm feeling lost
และฉันรู้สึกสูญเสีย
But it's not unheard
แต่ก็ไม่รับรู้อะไร
And while you go on living your life
และขณะที่คุณมีชีวิตไปตามทางของคุณ
I'm still stuck here
ฉันยังติดอยู่ที่นี่
Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ

Well there was good
มันมีทั้งดี
And there was bad
และมันมีทั้งร้าย
But I took for granted the way you made me laugh
แต่ฉันเข้าใจผิดว่ามันคือสิ่งที่คุณทำให้ฉันหัวเราะได้
And the way you spoke
และสิ่งที่คุณพูด
Only I could hear
ฉันเพียงได้ยิน
And the way I saw myself in you as if I were staring in a mirror
และฉันได้เห็นตัวเองผ่านตัวคุณเหมือนกับฉันได้ส่องกระจก
Oh oh


And I'm moving on
และฉันจะก้าวไปข้างหน้า
Cause you set me free
เพราะเธอปล่อยฉันเป็นอิสระแล้ว
And I'm trying to be as much of myself as if you were here with me
และฉันกำลังพยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากเท่าที่เป็นเหมือนตอนเธออยู่กับฉัน
And I'm feeling lost
และฉันรู้สึกสูญเสีย
But it's not unheard
แต่ก็ไม่รับรู้อะไร
And while you go on living your life
และขณะที่คุณมีชีวิตไปตามทางของคุณ
I'm still stuck here
ฉันยังติดอยู่ที่นี่
Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ



And I'm moving on
และฉันจะก้าวไปข้างหน้า
Cause you set me free
เพราะเธอปล่อยฉันเป็นอิสระแล้ว
And I'm trying to be as much of myself as if you were here with me
และฉันกำลังพยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากเท่าที่เป็นเหมือนตอนเธออยู่กับฉัน
And I'm feeling lost
และฉันรู้สึกสูญเสีย
But it's not unheard
แต่ก็ไม่รับรู้อะไร
And while you go on living your life
และขณะที่คุณมีชีวิตไปตามทางของคุณ
I'm still stuck here
ฉันยังติดอยู่ที่นี่
Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ

Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ
Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ



And I'm feeling lost
และฉันรู้สึกสูญเสีย
But it's not unheard
แต่ก็ไม่รับรู้อะไร
And while you go on living your life
และขณะที่คุณมีชีวิตไปตามทางของคุณ
I'm still stuck here
ฉันยังติดอยู่ที่นี่
Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ

Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ
Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ


Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ
Living in your words
ติดอยู่กับคำพูดของคุณ

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แปลเพลง Here (In Your Arms) - Hellogoodbye

เอ่ออ  mv ออกแนวเกรียนๆไปหน่อย
แต่เพลงก็โอเคนะ :)



I like where we are, 
ผมชอบในแบบที่เราเป็น
When we drive, in your car 
เมื่อเราขับรถคุณ
I like where we are.... Here 
ผมชอบที่เราอยู่ที่นี่

Cause our lips, can touch 
เพราะริมฝีปากของเราได้สัมผัสกัน
And our cheeks, can brush 
และแก้มของเราได้สัมผัสกันเบาๆ
Our lips can touch here 
ริมฝีปากเราได้สัมผัสกันที่นี่ 

Well you are the one the one that lies close to me 
คุณคือคนเดียว คนเดียวที่ได้ใกล้ชิดกับผม
Whispers "Hello, I've missed you quite terribly"
เสียงกระซิบว่า"สวัสดี ฉันคิดถึงคุณแทบตาย"
I fell in love, in love with you suddenly 
ผมตกหลุมรัก ตกหลุมรักคุณในทันใด
Now there's no place else I could be but here in your arms 
ไม่มีที่ไหนแล้ว นอกจากในอ้อมแขนของคุณ

I like where you sleep, 
ผมชอบที่คุณหลับใหล
When you sleep, next to me. 
เมื่อคุณหลับอยู่ข้างๆผม
I like where you sleep... here 
ผมชอบที่คุณหลับใหล...ที่นี่

Our lips, can touch 
เพราะริมฝีปากของเราได้สัมผัสกัน
And our cheeks, can brush 
และแก้มของเราได้สัมผัสกันเบาๆ
Our lips can touch here 
ริมฝีปากเราได้สัมผัสกันที่นี่ 

Well you are the one the one that lies close to me 
คุณคือคนเดียว คนเดียวที่ได้ใกล้ชิดกับผม
Whispers "Hello, I've missed you quite terribly"
เสียงกระซิบว่า"สวัสดี ฉันคิดถึงคุณแทบตาย"
I fell in love, in love with you suddenly 
ผมตกหลุมรัก ตกหลุมรักคุณในทันใด
Now there's no place else I could be but here in your arms 
ไม่มีที่ไหนแล้ว นอกจากในอ้อมแขนของคุณ

Our lips, can touch 
ริมฝีปากของเราได้สัมผัสกัน
Our lips, can touch...here 
ริมฝีปากเราได้สัมผัสกัน...ที่นี่ 

You are the one the one that lies close to me 
คุณคือคนเดียว คนเดียวที่ได้ใกล้ชิดกับผม
Whispers "Hello, I've missed you quite terribly"
เสียงกระซิบว่า"สวัสดี ฉันคิดถึงคุณแทบตาย"
I fell in love, in love with you suddenly 
ผมตกหลุมรัก ตกหลุมรักคุณในทันใด
Now there's no place else I could be but here in your arms 
ไม่มีที่ไหนแล้ว นอกจากในอ้อมแขนของคุณ

You are the one the one that lies close to me 
คุณคือคนเดียว คนเดียวที่ได้ใกล้ชิดกับผม
Whispers "Hello, I've missed you quite terribly"
เสียงกระซิบว่า"สวัสดี ฉันคิดถึงคุณแทบตาย"
I fell in love, in love with you suddenly 
ผมตกหลุมรัก ตกหลุมรักคุณในทันใด
Now there's no place else I could be but here in your arms 
ไม่มีที่ไหนแล้ว นอกจากในอ้อมแขนของคุณ

Here in your arms. 
อยู่ในอ้อมแขนคุณที่นี่
Here in your arms.
อยู่ในอ้อมแขนคุณที่นี่

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แปลเพลง On My Way - Boyce Avenue

เพิ่งฟังเมื่อกี้นี้สดๆ ร้อนๆ (เพราะเพิ่งปล่อย mv ออกมา)
เพราะดีนะ เลยแปลซะเลย ^^



I Wasn't there the moment you first learned to breathe
ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น ณ ขณะที่คุณเริ่มเรียนรู้ที่จะหายใจ
But I'm on my way
แต่ผมอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม
I wasn't there the moment you got off your knees
ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น ณ ขณะที่คุณกอดเข่า
But I'm on my way
แต่ผมอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม

Lay down
ปล่อยวางเสียเถอะ
And come alive in all you've found
แล้วมามีชีวิตตอยู่ในสิ่งที่คุณได้พบได้เจอ
All you're meant to be
ทั้งหมดที่คุณตั้งใจ
And for now
และต่อจากนี้
We'll wait until the morning light
เราจะรอจนกระทั่งแสงยามเช้าส่องสว่าง
And close our eyes to see
แล้วหลับตาเพื่อมองมันเสียเถิด
Just close your eyes to see
เพียงแค่หลับตามองมัน

A tear must have formed in my eye
น้ำตารื้นอยู่ในดวงตาของผม
When you had your first kiss
เมื่อคุณมีจูบแรก
But I'm on my way
แต่ผมอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม
So leave a space deep inside for everything I'll miss
เหลือที่ว่างลึกไว้ข้างในสำหรับทุกๆอย่างที่ผมจะคิดถึงได้
Cause I'm on my way
เพราะผมอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม

Lay down
ปล่อยวางเสียเถอะ
And come alive in all you've found
แล้วมามีชีวิตตอยู่ในสิ่งที่คุณได้พบได้เจอ
All you're meant to be
ทั้งหมดที่คุณตั้งใจ
And for now
และต่อจากนี้
We'll wait until the morning light
เราจะรอจนกระทั่งแสงยามเช้าส่องสว่าง
And close our eyes to see
แล้วหลับตาเพื่อมองมันเสียเถิด
Just close your eyes to see
เพียงแค่หลับตามองมัน

And when you feel no saving grace
และเมื่อคุณรู้สึกว่าไม่เหลือ
Well I'm on my way
ผมยังอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม
And when you're bound to second place
และเมื่อคุณก้าวข้ามไปยังอีกที่
Well I'm on my way
ผมยังอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม
So don't believe it's all in vain
อย่าเชื่อว่าทั้งหมดนั้นเปล่าประโยชน์
Cause I'm on my way
เพราะผมอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม
The light at the end is worth the pain
แสงยังปลายทางคือคุณค่าของความเจ็บปวด
Cause I'm on my way
เพราะผมอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม

I'll be there the morning you come out in white
ผมจะอยู่ที่นั่นในยามเช้า 
Cause I'm on my way
เพราะผมอยู่บนทางของผม
On my way
บนทางของผม

Vocabularies :
get off your knee = เป็นลักษณะของการกอดเข่า

lay down = ปลง, ปล่อยวาง

แปลเพลง Hanging by a Moment - Lifehouse

อื้อฮือออ    เพลงเก่ามากอ่าา  5555+
ช่วงนี้เป็นอะไรกับ Lifehouse มากมั้ยเนี่ยเรา



Desperate for changing, starving for truth
หมดหวังกับการเปลี่ยนแปลง  โหยหาความจริง
I'm closer to where I started, I'm chasing after you
ผมเริ่มใกล้กับจุดที่ผมเริ่มต้น  ผมไล่ตามหลังคุณอยู่

I'm falling even more in love with you
ผมตกหลุมรักคุณหนักขึ้นกว่าเดิม
Letting go of all I've held on to
สิ่งที่ผมยึดมั่นมา หมดสิ้นไป
I'm standing here until you make me move
ผมยืนอยู่ตรงนี้จนกระทั่งคุณบอกให้ผมออกไป
I'm hanging by a moment here with you
ผมอยู่ในห้วงเวลานี้ ที่นี่กับคุณ

Forgetting all I'm lacking, completely incomplete
ผมสิ่งที่ผมขาดไปทั้งหมด  ไม่สมบูรณ์อย่างสมบูรณ์
I'll take your invitation, you take all of me now
คุณขอร้องผม คุณขอทุกอย่างของผมในตอนนี้

I'm falling even more in love with you
ผมตกหลุมรักคุณหนักขึ้นกว่าเดิม
Letting go of all I've held on to
สิ่งที่ผมยึดมั่นมา หมดสิ้นไป
I'm standing here until you make me move
ผมยืนอยู่ตรงนี้จนกระทั่งคุณบอกให้ผมออกไป
I'm hanging by a moment here with you
ผมอยู่ในห้วงเวลานี้ ที่นี่กับคุณ
I'm living for the only thing I know
ผมยังอยู่เพื่อสิ่งๆหนึ่งที่ผมรู้
I'm running and not quite sure where to go
ผมออกวิ่งและไม่แน่ใจว่าไปทางไหน
And I don't know what I'm diving into
และผมไม่รู้ว่าผมจะไปหลบซ่อนอะไร
Just hanging by a moment here with you
แค่อยู่ในห้วงเวลานี้ ที่นี่กับคุณ

There's nothing else to lose, there's nothing else to find
ไม่มีอะไรจะเสีย ไม่มีอะไรให้ค้นหาอีกต่อไป
There's nothing in the world that can change my mind
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่สามารถเปลี่ยนใจผมได้
There is nothing else
ไม่มีอะไรอีกแล้ว
There is nothing else
ไม่มีอะไรอีกแล้ว
There is nothing else
ไม่มีอะไรอีกแล้ว

Desperate for changing, starving for truth
หมดหวังกับการเปลี่ยนแปลง  โหยหาความจริง
I'm closer to where I started, I'm chasing after you
ผมเริ่มใกล้กับจุดที่ผมเริ่มต้น  ผมไล่ตามหลังคุณอยู่

I'm falling even more in love with you
ผมตกหลุมรักคุณหนักขึ้นกว่าเดิม
Letting go of all I've held on to
สิ่งที่ผมยึดมั่นมา หมดสิ้นไป
I'm standing here until you make me move
ผมยืนอยู่ตรงนี้จนกระทั่งคุณบอกให้ผมออกไป
I'm hanging by a moment here with you
ผมอยู่ในห้วงเวลานี้ ที่นี่กับคุณ
I'm living for the only thing I know
ผมยังอยู่เพื่อสิ่งๆหนึ่งที่ผมรู้
I'm running and not quite sure where to go
ผมออกวิ่งและไม่แน่ใจว่าไปทางไหน
And I don't know what I'm diving into
และผมไม่รู้ว่าผมจะไปหลบซ่อนอะไร
Just hanging by a moment here with you
แค่อยู่ในห้วงเวลานี้ ที่นี่กับคุณ

Just hanging by a moment
แค่อยู่ในห้วงเวลานี้
Just hanging by a moment
แค่อยู่ในห้วงเวลานี้
I'm hanging by a moment
ผมอยู่ในห้วงเวลานี้ 
Just hanging by a moment here with you
แค่อยู่ในห้วงเวลานี้ ที่นี่กับคุณ

Vocabularies :
Desperate = สิ้นหวัง, หมดหวัง

starve = หิวโหย, หิวโซ, โหยหา

chase after = ไล่ตาม

lack = ขาดแคลน

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แปลเพลง Love At First Sight - Blue

อะโห เก่ามากกกกก  55555
อยู่ดีๆ ก็นึกครึ้มอยากฟังเสียงพี่ Ryan ขึ้นมา  เลยแปลซะเลย :)
คิดถึงวงนี้จัง > <"



Yeah 
See if you can relate to this one 
ลองดูว่าคุณบอกเล่าสิ่งนี้นี้ได้ไหม

Hope I'm not disturbing you 
ผมหวังว่าผมคงไม่ได้รบกวนคุณนะ
Because you look into thought right now 
เพราะตอนนี้คุณคงกำลังคิดถึงมันอยู่
I don't mean to be rude 
ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่สุภาพกับคุณ
Coz this is normally not my style 
เพราะโดยปกติแล้ว นี่ไม่ใช่สไตล์ของผม
Can I take you out 
ผมชวนคุณออกไปข้างนอกได้ไหม
I feel if I don't ask chance will pass 
ผมรู้สึกว่า ถ้าผมไม่ถาม  โอกาสจะหลุดมือผมไป
And I'll never see your face again 
แล้วผมจะไม่ได้พบเจอคุณอีกเลย
I'll never see your face again no 
ผมจะไม่ได้พบเจอคุณอีกเลย

You may be thinking I am strange 
คุณคงกำลังคิดว่าผมแปลก
Not every single day no 
แต่ไม่ใช่ทุกๆวันหรอก
Beauty comes my way 
คนสวย มากับผมได้ไหม
So 
ฉะนั้น

Do you believe in 
คุณเชื่อใน
Love at first sight 
รักแรกพบไหม
Tell me does that book that your reading 
บอกผมได้ไหม ว่าหนังสือที่คุณกำลังอ่านอยู่
Tell the story of your life 
มันบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตคุณ
Do you believe in 
คุณเชื่อใน
Love at first sight 
รักแรกพบไหม
Should I walk on by 
ผมจะเดินต่อไปได้ไหม
Turn a blind eye 
ถ้าตาผมบอด
To love 
เพื่อความรัก
Love at first sight 
รักแรกพบ

I could be the man for you 
ผมเป็นผู้ชายของคุณได้
I can make all your dreams come true 
ผมจะทำให้ความฝันทั้งหมดของคุณเป็นจริง
Maybe I'm a fool 
บางทีผมอาจจะดูโง่ๆ
For saying I'm in love with you 
ที่พูดว่า ผมหลงรักคุณ


You may be thinking I am strange 
คุณคงกำลังคิดว่าผมแปลก
Not every single day no 
แต่ไม่ใช่ทุกๆวันหรอก
Beauty comes my way 
คนสวย มากับผมได้ไหม
So 
ฉะนั้น

Do you believe in 
คุณเชื่อใน
Love at first sight 
รักแรกพบไหม
Tell me does that book that your reading 
บอกผมได้ไหม ว่าหนังสือที่คุณกำลังอ่านอยู่
Tell the story of your life 
มันบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตคุณ
Do you believe in 
คุณเชื่อใน
Love at first sight 
รักแรกพบไหม
Should I walk on by 
ผมจะเดินต่อไปได้ไหม
Turn a blind eye 
ถ้าตาผมบอด
To love 
เพื่อความรัก
Love at first sight 
รักแรกพบ


You say farewell I'll say so long 
คุณบอกลา ผมจะบอกว่ามันยังอีกนาน
You say goodbye I'll say your wrong 
คุณบอกลา ผมจะบอกว่าคุณพูดผิด
Coz here in my arms you belong 
เพราะในอ้อมแขนของผม ยังมีคุณอยู่


Do you believe in 
คุณเชื่อใน
Love at first sight 
รักแรกพบไหม
Tell me does that book that your reading 
บอกผมได้ไหม ว่าหนังสือที่คุณกำลังอ่านอยู่
Tell the story of your life 
มันบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตคุณ
Do you believe in 
คุณเชื่อใน
Love at first sight 
รักแรกพบไหม
Should I walk on by 
ผมจะเดินต่อไปได้ไหม
Turn a blind eye 
ถ้าตาผมบอด
To love 
เพื่อความรัก
Love at first sight 
รักแรกพบ

(repeat all) 

To love, love at first sight
เพื่อความรัก  รักแรกพบ

แปลเพลง It's Christmas Time Again - Backstreet Boys

mv ออกวันนี้ เราแปลวันนี้ เพราะเราชอบ bsb 5555
เกี่ยวมั้ย? ไม่เกี่ยวนะ  แต่เราชอบ mv อะ  น่ารักดี ^^



Frost grows outside the window
น้ำแข็งค้างปกคลุมอยู่นอกหน้าต่าง
First kiss under the mistletoe
จูบแรกใต้ต้นมีซท์ลโท
Oh ooohh, Oh ooohh
Bells chime inside a steeple
ระฆังดังกังวานอยู่ใต้หอคอย
Open the doors hear the people sing
เปิดประตูออกมา ได้ยินเสียงผู้คนร้องเพลงขับประสาน
Oh ooohh, Oh ooohh

And when the snow is falling down, down, down
เมื่อหิมะโปรยปรายลงมา
You know that Santa is back in town, town, town
คุณจะรู้ว่า ซานต้าจะกลับมาในเมือง
That’s when it’s Christmas time again
นั่นก็ถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง :)

Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง
Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง

I’ve been checking my list twice
ผมเช็คลิสต์เป็นครั้งที่สอง
Got plans to give you your gift tonight 
วางแผนจะมอบของขวัญให้กับคุณในค่ำคืนนี้
Oh ooohh, Oh ooohh

Wake up under the list tree
ตื่นขึ้นมาจากใต้ต้นไม้
One wish came true you here with me
มีพรหนึ่งข้อที่ผมขอให้คุณมาอยู่กับผมที่นี่จริงๆ
Oh ooohh, Oh ooohh
Yeah


And when the snow is falling down, down, down
เมื่อหิมะโปรยปรายลงมา
You know that Santa is back in town, town, town
คุณจะรู้ว่า ซานต้าจะกลับมาในเมือง
That’s when it’s Christmas time again
นั่นก็ถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง :)

Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง
Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง



And when the snow is falling down, down, down
เมื่อหิมะโปรยปรายลงมา
You know that Santa is back in town, town, town
คุณจะรู้ว่า ซานต้าจะกลับมาในเมือง
That’s when it’s Christmas time again
นั่นก็ถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง :)

Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง
Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง


I gave you, I gave you my heart
ผมจะมอบให้คุณ  ผมจะมอบหัวใจของผมให้กับคุณ
yeah, it’s Christmas
ใช่แล้ว มันคือคริสต์มาส


Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง
Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง


I’ve been bad
ผมเป็นคนไม่ดี
I’ve been good
ผมเป็นคนดี
I’ve been everything I should
ผมเป็นทุกอย่างที่ผมควรเป็น


Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง
Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง


I’ve been bad
ผมเป็นคนไม่ดี
I’ve been good
ผมเป็นคนดี
And you know that I’m doing I should
และคุณรู้ว่าผมกำลังจะทำในสิ่งที่ผมควรทำ


Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง
Ta ta ta ta, it’s Christmas time again!
มันถึงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง
แปลก่อนคริสต์มาสเลยแล้วกัน
เพราะติดสอบช่วงนั้น T^T
ช่างเป็นสิ้นปีที่โหดร้ายมากๆ

Vocabularies : 
Frost = น้ำแข็งค้าง

chime = ดังกังวาน

steeple = ยอดหอคอย

แปลเพลง Do You? - iFFY the Bad Man

เพลงน่ารักดี   ^^
Do you?



When your home and all alone
เมื่อคุณอยู่บ้านและอยู่คนเดียว
If i'm ever on your mind
ถ้าผมเคยเข้าไปอยู่ในความคิดคุณ
It's a sign that we should be together
นั่นคือสัญญาณบอกว่าเราควรจะอยู่ด้วยกัน

Oh I try to make it work,
ผมพยายามให้มันได้ผล
But your listening to her
แต่คุณก็มัวแต่ฟังเพื่อนคุณ
And that's why we couldn't make it better
เพราะแบบนั้น เราเลยไม่ได้พัฒนาอะไรไปมากกว่านี้

I'm falling behind myself, no I can't move on
ผมกำลังไล่ตามตัวเอง  ผมเลยไปต่อไม่ได้ซักที
We don't even speak anymore
แล้วเราไม่คุยกันอีกเลย
I can't close my eyes, I'm up all night long, and baby
ผมข่มตาลงไม่ได้ สะดุ้งตื่นทั้งคืน ที่รัก
I miss you more than before
ผมคิดถึงคุณมากกว่าแต่ก่อน  T__T

It's been a long time since I've seen you
มันนานมากแล้วตั้งแต่ที่ผมได้พบคุณ
Oh I hope you didn' forget about me
ผมหวังว่าคุณยังไม่ลืมผมนะ
You know your friends say that your lonely
เพื่อนคุณบอกว่านั่นเป็นเพราะว่าคุณเหงา
But what if I told you I was to?
แล้วถ้าผมบอกคุณว่าผมก็เป็นเหมือนกันล่ะ?

Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"

Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Oh do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"


Oh Baby come on, you know I didn't mean that
ที่รัก เร็วๆเข้า  คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น

You said you want a break,
คุณบอกว่าคุณอยากพัก
Baby I don't wanna wait
แต่ที่รัก ผมไม่อยากรอแล้ว
What If I was to show up at you door?
อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผมไปปรากฏตัวที่หน้าบ้านคุณ?
When I think about us and what our love once was,
ผมคิดถึงเรื่องของเรา และความรักที่เราเคยมี
It's just something I can't ignore.
มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถละเลยได้อีกแล้ว

I'm falling behind myself, no I can't move on
ผมกำลังไล่ตามตัวเอง  ผมเลยไปต่อไม่ได้ซักที
We don't even speak anymore
แล้วเราไม่คุยกันอีกเลย
I can't close my eyes, I'm up all night long, and baby
ผมข่มตาลงไม่ได้ สะดุ้งตื่นทั้งคืน ที่รัก
I miss you more than before
ผมคิดถึงคุณมากกว่าแต่ก่อน  T__T

It's been a long time since I've seen you
มันนานมากแล้วตั้งแต่ที่ผมได้พบคุณ
Oh I hope you didn' forget about me
ผมหวังว่าคุณยังไม่ลืมผมนะ
You know your friends say that your lonely
เพื่อนคุณบอกว่านั่นเป็นเพราะว่าคุณเหงา
But what if I told you I was to?
แล้วถ้าผมบอกคุณว่าผมก็เป็นเหมือนกันล่ะ?


Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"

Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Oh do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"


Burning through my veins like that acid rain
ร้อนผ่าวไปถึงเส้นเลือดราวกับโดนฝนกรด
I've been following your tracks
ผมได้แต่คอยติดตามคุณไป
Gonna catch that train
ตามให้ทัน
I don't wanna play this game, but I can't complain
ผมไม่อยากเล่นเกมนี้  แต่ผมไม่มีสิทธิ์บ่น
'Cause Your loving is enough to drive a man insane
เพราะผมรักคุณมากพอจะทำให้ผมบ้าได้เลย

It's been a long time since I've seen you
มันนานมากแล้วตั้งแต่ที่ผมได้พบคุณ
Oh I hope you didn' forget about me
ผมหวังว่าคุณยังไม่ลืมผมนะ
You know your friends say that your lonely
เพื่อนคุณบอกว่านั่นเป็นเพราะว่าคุณเหงา
But what if I told you I was to?
แล้วถ้าผมบอกคุณว่าผมก็เป็นเหมือนกันล่ะ?


Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"

Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Oh do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"


Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"

Oh-Oh do you,
Do do do,
Do you,
Oh do you still think about me?
คุณยังคิดถึงผมอยู่ไหมนะ? > <"

Oh baby, I know you still think about me, I know you do
ที่รัก ผมรู้นะว่าคุณยังคิดถึงผมอยู่ 
I know you dream about me at night, I think I do to
ผมรู้ว่าคุณฝันถึงผมด้วย  ผมก็เหมือนกัน
Ha ha, your amazing and your breath,
คุณช่างวิเศษและลมหายใจของคุณ
Your breath doesn't stink, Your breath smells good at night
ลมหายใจคุณไม่เหม็นเลย หอมสดชื่นทั้งคืน
I like that.
ผมชอบนะ
I like that alot. ha ha
ผมชอบมากเลย 555555

เกรียนตอบจบซะงั้น  = ="  ออกแนวกวนๆแฮะ

Vocabularies : 
fall behind = ไล่ตามทัน

stink = ไม่มีกลิ่น

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แปลเพลง In The Shape Of The Heart - Jackson Browne

เพลงนี้เพื่อนพี recommended มา
แอบแปลยากเบาๆ :"(  แต่หลังจากที่ได้แปลเพลงนี้แล้ว

อ่า เศร้าจัง T____T
ปล.อาจใช้คำไม่สละสลวยเท่าไหร่นะ  หัวไม่ค่อยศิลป์ แฮ่ๆๆๆ



It was a ruby that she wore 
มันคือทับทิมที่เธอสวมใส่
On a chain around her neck 
ด้วยโซ่รอบคอเธอ
In the shape of a heart 
เป็นรูปหัวใจ
In the shape of a heart 
เป็นรูปหัวใจ
It was a time I won't forget 
มันเป็นช่วงเวลาที่ผมมิอาจลืม
For the sorrow and regret 
ความเศร้าโศกเสียใจ
And the shape of a heart 
และรูปหัวใจนั้น
And the shape of a heart 
รูปหัวใจนั้น
I guess I never knew 
ผมว่าผมไม่เคยรู้มาก่อน
What she was talking about 
ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร
I guess I never knew 
ผมว่าผมไม่เคยรู้มาก่อน
What she was living without 
ว่าเธออยู่โดยไม่มีมันได้อย่างไร

People speak of love don't know what they're thinking of 
มีคนพูดถึงความรัก  ไม่รู้ว่าพวกเขากำลัง
Wait around for the one who fits just like a glove 
รอคอยใครสักคนที่เข้ากัน เหมือนกับการสวมถุงมือ
Speak in terms of belief and belonging 
พูดถึงแง่ของความเชื่อและการเป็นของกันและกัน
Try to fit some name to their longing 
พยายามทำตัวให้เข้ากันกับใครสักคน เพื่อทำตามความปรารถนาของตน
People speak of love 
เขาพูดถึงความรักไว้แบบนี้

There was a hole left in the wall 
มีรูโหว่ที่ผนัง
From some ancient fight 
ซึ่งเป็นผลจากการสู้กันเมื่อก่อน
About the size of a fist 
มันมีขนาดเท่ากำปั้น
Or something thrown that had missed 
หรือโดนอะไรเขวี้ยงปาใส่
And there were other holes as well 
และมันก็มีรูอื่นอีกเหมือนกัน
In the house where our nights fell 
ในบ้าน ในยามค่ำคืน
Far too many to repair 
ยากแก่การซ่อมแซม
In the time that we were there 
ในช่วงเวลาที่เราอยู่ที่นั่น

People speak of love don't know what they're thinking of 
เขาพูดถึงความรัก ไม่รู้ว่าพวกเขากำลัง
Reach out to each other though the push and shove 
ไขว้คว้าหาใครอีกคนอย่างกระเสือกกระสน
Speak in terms of a life and the learning 
พูดถึงแง่ของชีวิตและการเรียนรู้
Try to think of a word for the burning 
พยายามนึกถึงคำที่แผดเผามอดไหม้

You keep it up 
คูณยังทำต่อไป
You try so hard 
คุณยังพยายามอย่างเต็มที่
To keep a life from coming apart  
เพื่อจะหลีกหนีแยกจากกัน
And never know 
และผมไม่เคยรู้
What breaches and faults are concealed 
ว่าแตกหักกันด้วยเหตุผลอะไร และยังมีความผิดใดเก็บซ่อนไว้
In the shape of a heart 
ในหัวใจนั้น

It was the ruby that she wore 
มันคือทับทิมที่เธอสวมใส่
On a stand beside the bed 
ที่ตั้งวางไว้ข้างเตียง
In the hour before dawn 
ชั่วโมงก่อนฟ้าสาง
When I knew she was gone 
มันคือเวลาที่ผมรู้แล้วว่าเธอจากผมไป
And I held it in my hand 
ผมถือมันไว้ในมือ
For a little while 
ได้เพียงชั่วครู่
And dropped it into the wall 
แล้ววางไว้ที่กำแพง
Let it go, heard it fall 
ปล่อยมันไป , ได้ยินเสียงมันตก

I guess I never knew 
ผมว่าผมไม่เคยรู้มาก่อน
What she was talking about 
ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร
I guess I never knew 
ผมว่าผมไม่เคยรู้มาก่อน
What she was living without 
ว่าเธออยู่โดยไม่มีมันได้อย่างไร
People speak of love don't know what they're thinking of 
มีคนพูดถึงความรัก  ไม่รู้ว่าพวกเขากำลัง
Wait around for the one who fits just like a glove 
รอคอยใครสักคนที่เข้ากัน เหมือนกับการสวมถุงมือ
Speak in terms of a life and the living 
พูดถึงแง่ของชีวิตและการมีชีวิตอยู่
Try to find the word for forgiving 
พยายามนึกถึงคำที่จะให้อภัย

You keep it up 
คูณยังทำต่อไป
You try so hard 
คุณยังพยายามอย่างเต็มที่
To keep a life from coming apart  
เพื่อจะหลีกหนีแยกจากกัน
And never know 
และผมไม่เคยรู้
The shallows and the unseen reefs 
น้ำตื้นและแนวหินโสโครกที่ไม่เคยได้พบเห็น
That are there from the start 
ว่ามันอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้น
In the shape of a heart
ในรูปของหัวใจ


เพลงนี้จากการที่ได้แปลนะ
           ทับทิมเป็นหินที่มีค่า ในที่นี้เปรียบกับหัวใจ  เพราะหัวใจก็มีค่าต่อชีวิตเช่นเดียวกัน ซึ่งเค้าใช้คำว่า chain เพื่อแสดงถึงว่าใช้โซ่ล่ามหัวใจใครไว้อยู่นั่นเอง  ซึ่งตัวเค้าไม่อาจลืมเรื่องนี้ไปได้ เพราะอาจจะด้วยการทะเลาะกัน ที่กล่าวในท่อน hole left in the wall ซึ่งทำให้เกิดบาดแผลในใจ ซึ่งมันยากแก่การรักษาแผลใจ
          จนมาวันหนึ่ง ผู้หญิงได้จากเค้าไป ท่อนที่เค้าบอกว่า ถือทับทิมไว้ในมือ ก็ประมาณว่าผู้หญิงได้ถอดโซ่พันธนาการออกจากตัวเธอแล้ว และคืนให้กับผู้ชาย
         ส่วนท่อนสุดท้ายที่พูดถึงน้ำตื้นและหินโสโครก เค้าอุปมาว่าตัวเค้าเหมือนกับนักเล่นเซิร์ฟ ที่รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าน้ำแถวนั้นตื้นเขิน และยังมีโขดหินโสโครกอีก ซึ่งชาวเซิร์ฟเค้าคงไม่เล่นกัน  แต่ตัวเค้ายังพยายามเล่นมัน  จนผลสุดท้าย ก็ต้องเจ็บตัว (เจ็บใจ) นั่นเอง

PS. เราแปลได้ไม่ค่อยละเอียดอ่อนเท่าไหร่  ต้องSpecial thanks เพื่อนพีมากๆ ที่ส่งเว็บ songmeaning มาให้เรา  ไม่งั้นเราคงแปลแบบโง่งมอีกต่อไป  55555+

สงสัยเราต้องฝึกแปลพวก metaphore เยอะๆซะแล้ว ^^

Vocabularies :
sorrow = ความเสียใจ, ความเศร้าใจ, ความระทมทุกข์, ความเศร้าโศก

regret = เสียใจ, โทมนัส, สลดใจ, n. ความเสียใจ, ความรู้สึกเสียใจ, ความโทมนัส, ความสลดใจ

fit = เหมาะ, เหมาะสม, สมควร, คู่ควร, สอดคล้อง, ถูกต้อง

belief = ความเชื่อ

belong = เป็นของ, เป็นส่วนหนึ่งของ

longing = ความต้องการ, ความปรารถนา

ancient = โบราณ, เก่าแก่, คนสมัยโบราณ

fist = กำปั้น

shove  = ผลัก, ดัน, ผลักใส, เข็น

breaches = การทำให้แตก, การแตกแยก, การทำลาย, การฝ่าฝืน, การไม่ปฏิบัติตาม, บาดแผล

conceal = ปกปิด

shallow = น้ำตื้น

reef = แนวหินโสโครก, แนวปะการัง

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แปลเพลง Hello - Martin Solveig & Dragonette

เพลงทำนองฟังสบายๆ ^^
ชอบๆ



I could stick around and get along with you 
ฉันรอคอยเธอและเข้ากันได้ดีกับเธอ
Hello oh-oh-oh-oh
It doesn't really mean that I'm into you 
แต่มันไม่ได้หมายความว่าฉันจะได้เข้าไปอยู่ในใจเธอ
Hello oh-oh-oh-oh

You're alright but I'm here darling to enjoy the party 
คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้
Don't get too excited cause that's all you'll get from me 
อย่าตื่นเต้นไป เพราะมันคือทั้งหมดที่คุณจะได้จากฉัน

Hey 

Yeah I think you're cute but really you should know 
ฉันคิดว่าคุณน่ารักดี แต่คุณก็น่าจะรู้อยู่แล้ว
I just came to say hello 
ว่าฉันแค่แวะมาทักทายเฉยๆ
Hello 
Hello 
Hello oh-oh-oh-oh!

I'm not the kinda girl who'd get messed up with you 
ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแนวนั้นที่ชอบเข้าไปพัวพันกับคุณ
Hello oh-oh-oh-oh
I'ma let you try to convince me too
ฉันจะให้คุณลองมาหว่านล้อมฉันเอง
Hello oh-oh-oh-oh

It's alright I'm getting dizzy just enjoy the party 
ฉันโอเค แต่ตอนนี้เริ่มจะมึนๆแล้ว สนุกในปาร์ตี้เองนะ
It's OK with me if you don't have that much to say 
ฉันโอเค ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดกับฉันมากมาย
Hey 

Kinda like this game but there's something you should know 
ดูเหมือนว่าเกมนี้มีอะไรบางอย่างที่คุณรู้อยู่แล้ว
I just came to say 
ฉันก็แค่จะเดินมาบอกว่า
Hello 

Hey 

I could stick around and get along with you 
ฉันรอคอยเข้ากันได้ดีกับเธอ
Hello oh-oh-oh-oh
It doesn't really mean that I'm into you 
มันไม่ได้หมายความว่าฉันจะได้เข้าไปอยู่ในใจเธอ
Hello oh-oh-oh-oh

(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)


(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)
(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)

(you're alright but I'm here darling to enjoy the party)
(คุณโอเค แต่ฉันอยู่ที่นี่ที่รัก กำลังสนุกอยู่ในปาร์ตี้)


Hey

I just came to say hello 
ฉันแค่เดินมาทักทายเฉยๆ
Hello 
Hello 
Hello oh-oh-oh-oh

I'm not the kinda girl who'd get messed up with you 
ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแนวนั้นที่ชอบเข้าไปพัวพันกับคุณ
Hello oh-oh-oh-oh
I'ma let you try to convince me too
ฉันจะให้คุณลองมาหว่านล้อมฉันเอง
Hello oh-oh-oh-oh

It's alright I'm getting dizzy just enjoy the party 
ฉันโอเค แต่ตอนนี้เริ่มจะมึนๆแล้ว สนุกในปาร์ตี้เองนะ
It's OK with me if you don't have that much to say 
ฉันโอเค ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดกับฉันมากมาย
Hey 

Kinda like this game but there's something you should know 
ดูเหมือนว่าเกมนี้มีอะไรบางอย่างที่คุณรู้อยู่แล้ว
I just came to say Hello
ฉันก็แค่จะเดินมาทักทายเฉยๆ

Hey


Vocabularies :
stick around = รอคอย

get along =  เข้ากันได้ดี

mess up = พัวพัน, ยุ่งเหยิง

convince = โน้มน้าว, หว่านล้อม

dizzy = มึนๆ

แปลเพลง Girl Talk - Ultraviolet Sound

ตอนแรกฟังแต่เสียง  พอเจอหน้านักร้องแล้วผิดคาดแฮะ
นึกว่าแบบหน้าตาจะวัยรุ่นกว่านี้  5555



We got dirty little secrets
เรามีความลับแสนซนน้อย
That you're not supposed to hear
ที่คุณไม่ควรจะได้ยิน
About misbehaving and intoxicating love affairs
เกี่ยวกับเรื่องรักๆที่มึนเมาและไม่หยุดหย่อน
Like yesterday my girl called to say
เหมือนเมื่อวานนี้ ที่เธอเล่าว่า
That she met a boy named Rick
เธอพบกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อ Rick
He said her eyes look beautiful
เขาบอกว่าตาเธอช่างสวยเสียจริง
With the color of her lipstick
บวกกับสีลิปสติก
Usually she turned away
ปกติแล้วเธอคงจะเบือนหน้าหนี
But he was kind of slick
แต่ผู้ชายคนนี้เรียบหรู
So she gave him her number
จนเธอให้เบอร์โทร
And wondered maybe he's got a big... 
และเธอก็คิดสงสัยว่าเขาคงจะได้เป็นประเด็นใหญ่ใน

Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Make-up, fashion, all the boys we got
แต่งหน้า, แฟชั่น, ผู้ชายทั้งหมดที่พวกเรามี
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Once we get started
เมื่อเราเริ่มเอ่ยปากพูด
We just can't stop
เราก็จะหยุดพูดไม่ได้
And all the girls say
และสาวๆก็จะพูดว่า
Du du du du du du du
Du du du du du du du
Du du du du du du
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของผู้หญิงน่าาา
Du du du du du du du
Du du du du du du du
Du du du du du du
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆนะจ๊ะ

At the salon
ที่ซาลอน
Gettin' my hair done
นั่งทำผมไป
With a fashion magazine
อ่านนิตยสารแฟชั่นไป
Catching up on gossip
ตามข่าวซุบซิบ
And their addiction to shopping
แล้วก็เป็นขาช้อปตัวยง
I said I'm so broke
ฉันพูดว่าฉันถังแตก
I'm so broke
ก็คือฉันถังแตก
Don't ask about my day
เพราะฉะนั้นอย่ามาถามฉัน
My stylist said
สไตลิสต์ฉันพูดว่า
"It'll be okay."
มันจะโอเค
You're not in jail yet
เธอยังไม่ได้ไปนอนคุกซะหน่อย
He's working overtime
เขาทำงานเกินเวลา
Just to pay the rent
เพื่อที่จะเอาไปจ่ายค่าเช่า
Spending all his money
ใช้จ่ายเงินของเขา
On high-heels for his boyfriend
บนส้นสูงเพื่อแฟนของเขายังไงล่ะ

Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Make-up, fashion, all the boys we got
แต่งหน้า, แฟชั่น, ผู้ชายทั้งหมดที่พวกเรามี
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Once we get started
เมื่อเราเริ่มเอ่ยปากพูด
We just can't stop
เราก็จะหยุดพูดไม่ได้
And all the girls say
และสาวๆก็จะพูดว่า
Du du du du du du du
Du du du du du du du
Du du du du du du
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของผู้หญิงน่าาา
Du du du du du du du
Du du du du du du du
Du du du du du du
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆนะจ๊ะ


Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Girl tell me what you did last night
สาวๆเล่าให้ฉันฟังว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง
Did you do it, did you do em' right?
เธอทำแบบนั้นหรือเปล่า? เธอทำไปแล้วใช่มั้ย?
'Cause you're a freak, super-freaky hot
เพราะเธอมันพิลึกพิลั่น 
Can't get enough of your girl talk
เลยหยุดเม้าท์กันไม่ได้เสียที
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
And all the girls say yeah
สาวๆทั้งหมดพูดว่า ใช่เลย
Girls say yeah
สาวๆบอก ใช่เลย
Girls say yeah
สาวๆบอก ใช่เลย
Girls say yeah yeah
สาวๆบอก ใช่เลย
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Du du du du du du du
Du du du du du du du
Du du du du du du
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Du du du du du du du
Du du du du du du du
Du du du du du du
Girl talk
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ
Du du du du du du du
Du du du du du du du
Du du du du du du
Girl talk 
เรื่องเม้าท์ของสาวๆ

Vocabularies :
misbehaving =  ไม่หยุดหย่อน

intoxicating = ที่มึนเมา

addict = ติด, เสพติด

broke = ยากจน, ถังแตก

freak = พิลึกพิลั่น, ประหลาด

แปลเพลง I Hope This Gets To You - The Daylights

ชอบเพลงนี้มานานมาก  แต่เพิ่งรู้ชื่อเพลง 555




I’ve been searching, for a couple words
ผมค้นหา คำสองคำ
They could grow wings and fly like birds
พวกเขามีปีกและบินได้เหมือนนก
Cause I know it sounds absurd
เพราะผมรู้ว่ามันฟังดูไร้สาระ
But when you’re in love, all the lines get blurred
แต่เมื่อคุณรักใครสักคน  ทุกอย่างก็จะพร่ามัวไปหมด

Do you remember, a thousand lights?
คุณยังจำแสงสีนับพันได้อยู่มั้ย?
We danced like kids, as the traffic drove by
เราเต้นรำราวกับเด็ก ตอนที่ขับรถอยู่
I can’t help I got you memorized
ผมช่วยให้คุณจำไม่ได้
Imagined the world, it feels smaller tonight
ลองจินตนาการถึงโลกนี้ คืนนี้มันจะเล็กลงถนัดตา


And I hope, this
และผมหวังว่าสิ่งนี้
I hope this gets to you
ผมหวังว่าสิ่งนี้จะไปถึงคุณ
To you
ไปถึงคุณ
And I hope, this
และผมหวังว่าสิ่งนี้
I hope this gets to you
ผมหวังว่าสิ่งนี้จะไปถึงคุณ


I knew I’d found what I was looking for
ผมรู้ว่าผมได้พบกับสิ่งที่ผมตามหาแล้ว
Sitting indian style, on the kitchen floor
นั่งลงในพื้นห้องครัว
You’re like pretty grace kelly in a black and white scene
คุณช่างดูคล้าย Grace Kelly ในฉากขาวดำจริงๆ
And you’re batting your eyes cuz you know it kills me
แล้วคุณก็กระพริบตาใส่ผม เพราะคุณรู้ว่ามันสามารถฆ่าผมทั้งเป็นได้เลย
You think you feel my heart jumping through my chest?
คุณคงคิดว่าหัวใจของผมออกมาเต้นนอกอกแล้วใช่มั้ย?
When you look at me it beats three times as fast
เมื่อคุณมองมาที่ผม มันเต้นระรัวมากเลยนะ
And all of this is passing us too quick for regrets
แล้วมันก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้เราเศร้าใจ

(Oo oo oo oo)

And i hope, this
และผมหวังว่าสิ่งนี้
I hope this gets to you
ผมหวังว่าสิ่งนี้จะไปถึงคุณ
To you
ไปถึงคุณ


And i hope, this
และผมหวังว่าสิ่งนี้
I hope this gets to you
ผมหวังว่าสิ่งนี้จะไปถึงคุณ
To you
ไปถึงคุณ
And I hope, this
และผมหวังว่าสิ่งนี้
I hope this gets to you
ผมหวังว่าสิ่งนี้จะไปถึงคุณ
To you
ไปถึงคุณ
And I hope, this
และผมหวังว่าสิ่งนี้
I hope this gets to you
ผมหวังว่าสิ่งนี้จะไปถึงคุณ


Vocabularies : 
absurd = ไร้สาระ

bat = ตี, กระพริบตา

regret = เศร้าใจ, ระทม